ผลบอลเมื่อคืน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ดทำศึกแดงเดือดกับลิเวอร์พูล โดยมีเค้าความหลักที่นอกเหนือไปจากคะแนนซึ่งทั้งสองทีมหวัง ก็เป็นเรื่องระหว่างเอฟร่าและซัวเรซ

ซึ่งเป็นไฮท์ไลท์ขึ้นมาจนได้ ในตอนที่ทั้งสองทีมเดินสัมผัสมือกัน แต่กลายเป็นซัวเรซที่ไม่ยอมสัมผัสมือกับเอฟร่า จนทำให้แบ็คเลือดเฟร้นช์ถึงกับกราดเกรี้ยวผลักมือของหัวหอกอุรุกวัยที่พยายามจะจับ มือกับเด เกอาทันการ ต้องดูกันว่าจะไปเดือดในเกมหรือไม่เกี่ยวกับคู่นี้

เกมนี้แมนฯยูไนเต็ดวางรูนี่ย์เป็นศูนย์หน้าคู่กับเวลเบ็คในด้านหน้า โดยมีกิ๊กส์และวาเลนเซียคอยสร้างเกมด้านข้าง

ลิเวอร์พูลเองจัดเต็มไม่ต่างกัน เมื่อให้ซัวเรซคอยคุกรุ่นเกมของแมนฯยูไนเต็ดในแดนหน้า มีเจอร์ราร์ดคอยส่งบอลให้ตรงกลางและเค้าท์หัวหอกไตรกีฬาที่เป็นคนรัวกระสุนปลิด ชีพ “ปีศาจแดง” ในเกมเอฟเอ คัพที่ทั้งคู่พบกันล่าสุด

ครึ่งแรก
เริ่มเกมมาได้แค่ 6 นาทีก็ลุ้นจะเอาจุดโทษกันแต่หัววันเลยสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวาเลนเซียแตะหนีเอ็นริเก้โอบรอบไปได้ กำลังจะห้อเข้าในระยะเขตโทษ แต่โดนแบ็คเลือดกระทิงฉุดดึงเอาไว้จนล้มลง ทีมเหย้าเลยโวยจะเอาจุดโทษ แต่กรรมการให้เพียงแค่เตะจุดโทษเพราะทำฟาวล์นอกกรอบเขตโทษเท่านั้น
ช่วงต้นๆเกมนี้ดูเหมือนว่าเวลเบ็คจะลำพองเป็นเลิศ เพราะเข้าขากับรูนี่ย์ได้น่าดูชมในด้านหน้าทำได้ดี โดยเฉพาะจังหวะแตะ 1-2 กัน ส่วนทางลิเวอร์พูลขึ้นเกมไปแต่ละครั้งใช่ย่อยซะที่ไหน ได้เปิดเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษอยู่สม่ำเสมอ บวกกับวิถีทางยิงของจอห์นสันที่ได้สนับสนุนอยู่คนเดียว แต่ยังไม่ตรงเผงพอ
นาทีที่ 18 เสริมขึ้นไปได้ช่วยมากเลยสำหรับราฟาเอล ที่วิ่งตัดขึ้นไปรับบอลก่อนที่จะแตะเข้ากลางในในระยะเขตโทษ เห็นครั้งเลยลุ้นยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบ เวลเบ็คพยายามจะสะกิดเปลี่ยนทาง แต่ไม่โดน เรน่าเลยเซฟเอาไว้ได้
วันนี้อย่างที่รู้กันว่าแฟนบอลทีมเหย้าจะรับแขกซัวเรซยังไง แค่ศูนย์หน้าอุรุกวัยยืนใกล้ลูกบอลก็มีเสียงโห่ตามกันมาก้องแล้ว โดยเฉพาะขณะที่ที่เจ้าตัวไปเลี้ยงจนออกเส้นหลัง ที่เสียงเฮดังมากันใหญ่
หลังจากตอนแรกที่the kopขึ้นเกมขึ้นบุกได้ดี ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะตันไปพอสมควร กลายเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่จับจังหวะได้มากขึ้น พาบอลไปกดดันในแดนของทีมเยือนได้อย่างต่อเนื่อง
นาทีที่ 30 เฮเสียเวลาเปล่ากันไปเลยทีเดียวสำหรับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในจังหวะที่แมนยูฯเล่นกันจังหวะเดียวได้สวย สโคลส์โยกออกไปให้กิ๊กส์ทางข้างซ้ายที่ตักบอลกลับมากลางได้สวยสุดๆ สโคลส์ทะร่อทะแร่เข้าไปยืนโหม่งได้โล่งๆจ่อๆหน้าประตูคนเดียว แต่ตรงตัวของเรน่าที่ผวาปัดเอาไว้ได้
นาทีที่ 37 เวลเบ็ควันนี้เล่นได้เรียบตากว่าเพื่อนเลย เมื่อเขาลงไปล้วงถามบอลต่ำอยู่หลายทาง ก่อนทืี่จะพาบอลเลี้ยงดุ่มผ่านกองหลังของลิเวอร์พูลเข้าไปในแถวเขตโทษได้ แต่จังหวะสุดท้ายโดนเสียบเอาไว้นิดนึงก่อน ทำให้เขายิงเบี้ยวๆเลี้ยวออกหลังไป
นาทีที่ 40 ไปเล่นขัดจนเกือบเสียแล้วสำหรับเฟอร์ดินานด์ที่ตัวเองวิ่งตัดหน้าเค้าท์ไปดัก ลูกจ่ายของซัวเรซเอาไว้ได้แล้ว แต่กลับไม่ยอมเคลียร์จะปล่อยให้ออกหลัง บอลหยุดขาตัวเอง จนโดนเค้าท์จิ้มคืนให้ซัวเรซได้ ยังดีพลิกกลับไปแก้ตัวสกัดกั้นเอาไว้ได้ทันเวลา
อีก 3 นาทีต่อมา กำลังจะรูปหล่ออยู่แล้วสำหรับเวลเบ็คที่ใช้ความขยันไปขโมยเอาบอลมาจากเฮนเดอร์สัน ที่หน้าประตูของหงส์แดงได้ แต่จังหวะที่จะพลิกหนีดันไปสับขาหลอกตัวเองจนยิงบอลแป้กหลุดออกข้าง อายไปเลยไหมนั่น

นาทีสุดท้าย ซัวเรซเกือบจะได้ลุ้นเลย สำหรับจังหวะสวนกลับที่เขาแตะบอลหนีเอฟร่าที่เป็นตัวสุดท้ายไปได้แล้ว แต่เฟอร์ดินานด์พุ่งเข้าไปแหย่แยกจากด้านหลัง แต่บอลโดนบอลก่อนแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะถ้าผิดพลาดไปนิดเดียว ลูกนี้อาจถึงแดง

จบ 45 นาทีด้วยความวุ่นวาย เนื่องจากซัวเรซไประเบิดอารมณ์ยิงบอลอัดข้างสนามในแฟนบอลของเจ้าบ้าน ทำให้นักเตะแมนฯยูไนเต็ดกรูกันเข้าไปบีบบังคับให้ผู้วินิจฉัย

ครึ่งหลัง
เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 2 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูขึ้นนำแบบเฮกันสนามแทบแตก เมื่อได้เตะมุมโยนเข้าไปเสาแรก ผู้เล่นลิเวอร์พูลพยายามจะโหม่งขัดขวาง แต่บอลแฉลบไปเข้าทางของรูนี่ย์ที่เอี้ยวตัววอลเล่ย์จากเวลาแค่ไม่กี่หลาทะลุ ผ่านเรน่าเข้าไปตุงตาข่าย “ปีศาจแดง” ได้ประตูขึ้นนำแบบทีมเยือนไม่ทันตั้งตัว 1-0
นาทีที่ 50 ทีมเยือนช็อกตาค้างตาตั้งไปเลย เมื่อสเปียริ่งไปพลาดแทงบอลติดวาเลนเซีย ก่อนที่ปีกรถด่วนจะแตะจี้เข้าไปจ่ายทะลุช่องให้กับรูนี่ย์แปด้วยอีซ้ายลอด ดากเรน่าส่งบอลเข้าไปนอนหลับปุ๋ยก้นตาข่าย แมนฯยูไนเต็ดทิ้ง 2-0 ทันใจไปไหน
นาทีที่ 59 กองเชียร์กุมหัวปวดขมับกันเลยสำหรับรูนี่ย์ ในจังหวะที่วาเลนเซียแตะตัดเข้ากลางได้สวยเหลือเกิน จ่ายต่อให้สโคลส์ที่โดดข้ามบอลหลอกต่อไปให้กับรูนี่ย์ ก่ะให้เพื่อนยิงงามๆ แต่เจ้าหมูดันจับลูกบอลแรกไม่ดี พอจะพยายามจิ้มเลยได้แต่จิ้มบอลหลุดออกหลังไปหน้าตาเฉย อดลุ้นแฮทริกไป

อีก 2 นาทีต่อมา หงส์แดงต้องปรับเกมด้วยการส่งเบลลามี่และแคร์โรลล์ลงไปทำเพลงแทนสเปียริ่ง ที่ทำเสียลูกที่สองและดาวนิ่งที่วันนี้นิ่งสมชื่อ แทบไม่มีบทบาทอะไรให้ได้เห็นเลย

ดูยังกะว่าลิเวอร์พูลจะช็อกกับการโดนนำห่าง 2-0 ในเวลาไม่กี่นาทีไม่หาย เพราะเวลาที่พวกเขาพยายามทำแนวรุกก็ดูจะไหลบอล พลาดกันไปเองทั้งหมด คงต้องปรับสติกันให้ดีๆแล้วหากหวังพลิกสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้
เข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ตอนนี้ปีศาจแดงเล่นกันแบบใจเย็นค่อยๆใช้แนวรุกในจังหวะที่มีโอกาสและ เน้นเกมที่พลุกพล่านเอาไว้ก่อนในยามที่the kop พยายามเซ็ตเกมบุกขึ้นไป ทำให้ทางทีมเยือนยังไม่มีช่องทางได้ตีไข่แตกแบบจังๆสักที

จริงๆน่าจะส่งลงมาก่อนหน้านี้อีกสำหรับอดัมที่ถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นแทน เค้าท์ซึ่งเล่นไม่ออกเลย เพราะว่าอดีตมิดฟิลด์แบ็คพูลถือว่าเป็นตัวส่งบอลชั้นเลิศเลออีกคน ต้องดูว่ากับเวลาที่เหลือแค่ 15 นาที จะทำอะไรได้มากแค่ไหน

นาทีที่ 80 แอบเฮงอยู่สักหน่อยสำหรับthe kop เมื่อกองหลังของแมนยูฯห้ามลูกฟรีคิกไม่ได้ ไปโดนหน้าขาของเฟอร์ดินานด์ตั้งให้ซํวเรซได้จิ้มบอลจ่อๆไม่มีเหลือ ลิเวอร์พูลตามมาเป็น 2-1 เหลืออีก 10 นาที มันส์กันล่ะครับทีนี้

เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้าย นั่งเกร็งกันเยี่ยวเล็ดหมดไม่ว่าจะทางฝั่งแมนยูฯหรือthe kop เพราะเกมมีโอกาสจะออกมาเป็นผลได้อย่างทันทีถ้าหากมีการทำประตูลูกต่อไป เกิดขึ้นมา

ช่วงทดเวลานาทีแรก เกือบไปแล้วเมื่อลิเวอร์พูลได้เตะจุดโทษ ก่อนที่บอลจะโดนกลั่นออกมาแถวสอง จอห์นสันเก็บตกได้ ก่อนที่จะตวัดยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งเหมือนจะมุดคานแล้ว แต่เป็นเด เกอาที่ดีดตัวดีดทิ้งข้ามคานออกไปได้จบการวิเคราะห์บอล